Monday, December 25, 2006

The World Is Flat (ใครว่าโลกกลม)

The World Is Flat (ใครว่าโลกกลม)


เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมาในต่างประเทศครับ แนะนำให้หามาอ่านกัน โดยตอนนี้ได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกันง่าย ๆ หรือใครยังไม่อยากซื้อ อยากรู้ว่ามีเนื้อหาอย่างไรอ่าน "สรุปสาระสําคัญจากหนังสือ The World is Flat" ก่อนก็ได้ครับ แล้วอยากลองเต็ม ๆ เข้าร้านหนังสือได้เลย ตอนนี้ B2S ลดราคาเล่มละ 179 บาท จากราคาปก 199 บาทครับ (ณ. วันที่ 8 ธันวาคม 49) หาซื้อมาอ่านกันได้ มีเรื่องเกี่ยวกับแวดวงไอทีเยอะพอสมควร เล่มนี้เป็นเล่ม 1 ครับ และเล่มที่ 2 กำลังจะตามมา เพราะผมว่ามันเป็นหนังสือที่กระแสแรงมาก คงทำออกมา 2 เล่มให้เกาะกระแสไว้ก่อน ซึ่งทั้ง 2 เล่มนั้นเท่าที่ดูจากบทที่มีแล้วเนี่ย ก็คงเป็นการแบ่งครึ่งจากฉบับจริงครับ ซึ่งก็ดีในแง่ของการพกพาด้วย แต่รวม ๆ สองเล่มแล้วราคาก็คงไม่หนี 400 - 500 บาทครับ

ส่วนเล่มล่างเป็นหนังสือ "กำแพงคนโง่" อ่านรายละเอีดดต่าง ๆ ที่ จินตนาการ นะครับ ทั้งสองเล่มนี้ดีมากเลย ตอนนี้กำลังอ่าน "กำแพงคนโง่" ใกล้จบแล้วหล่ะ


ที่มา : http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/265/

Sunday, December 24, 2006

หาความรู้จากเวปในเมืองไทยกันดีกว่า

หาความรู้จากเวปในเมืองไทยกันดีกว่า

ไม่จำเป็นต้องเรียนจากคนต่างชาติ เพราะคนไทยที่เก่ง ๆ ก็มีอีกเยอะ
ผมจะพยายามหา Link มาให้นะครับ

วันนี้ได้ฟังุรายการวิทยุ 101Newschannel และได้รับความรู้หลากหลาย โดยไม่ต้องไปเสียเงินอบรมแพง ๆ เลย
และทางรายการได้แนะนำ Web ที่น่าสนใจดังนี้
หวังว่าทุกคนคงได้รับความรู้นะครับ แล้วถ้าได้ประโยชน์อะไรก็มาแบ่งปันกันบ้างนะครับ

Wednesday, December 20, 2006

มารู้จัก Blog กันเถอะ

มารู้จัก Blog กันเถอะ
บล็อก (อินเทอร์เน็ต)
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก Blog)
Jump to: navigation, ค้นหา
สำหรับความหมายอื่นของ บล็อก ดูได้ที่ บล็อก (แก้ความกำกวม)
บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog) เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า weblog หรือ web log โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง
ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย

Friday, December 15, 2006

Exclusive: Yahoo And Google Launch Sitemaps.org

Exclusive: Yahoo And Google Launch Sitemaps.org



Saturday, December 09, 2006

สัมมนา GIS ไม่ได้อะไรเลย?

มีคนมา Post กระทู้ไว้ที่ Webboard ว่าผมได้เอาความรู้จากการสัมนา มาทำ Blog และได้ใช้ความรู้ที่ได้มาทำ Webbord และมีการโฆษณาด้วย ADSENSE ที่ Webboard และการที่ผมส่ง Mail ไปยังเครือข่ายของคนที่ไม่พอใจก็เป็นวิธีที่ผมได้เรียนรู้จากที่นี่ทั้ง ๆ ที่มันเป็นความรู้พื้น ๆ ที่ผมเป็นมาก่อนหน้านี้แล้ว

ผมไม่เถียงหรอกครับเพราะที่นี่ก็สอนอย่างนี้จริง ๆ แต่พวกคุณเก็บเงินกันแพงไปนะครับ กะแค่เนื้อหาแค่นี้ และส่วนใหญ่ก็พูดซ้ำ ๆ กัน และส่วนมากจะเน้นขายของซะมากกว่า ราคาที่คุณคิดเรามันจึงรับไม่ได้ครับ Course ของคุณราคาไม่น่าถึง 25000 บาท เลย เพราะพวกคุณให้เรามาฟังการขายของ
และความขนาดนี้พวกเราสามารถหาเรียนได้ในประเทศ เช่น Adwords e-Class และที่โรงเรียน Net Design หรือหาอ่านตามหนังสือหรือเวปต่าง ๆ เช่น
ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องเรียนจากคนต่างประเทศด้วยราคาที่แพงหรอกครับ ในประเทศไทยก็มีอีกเยอะ ไว้ผมจะทำ Link มาให้อีกนะครับ

Tuesday, December 05, 2006

สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ

สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค
โดยบัญญัติถึงสิทธิ ของผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 ว่า

"สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภค ย่อมได้รับความคุ้มครองทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ"

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541
ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้
  1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง และเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริง และปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอ ที่จะไม่หลงผิด ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม
  2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้า หรือรับบริการโดยความสมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม
  3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว
  4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ
  5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ)
สายด่วนร้องทุกข์ โทร 1166
Email : consumer@ocpb.go.th

Monday, December 04, 2006

กติกาการแจ้งความร้องทุกข์ศูนย์พิทักสิทธิ์ผู้บริโภค

แจ้งเหตุร้องทุกข์

:: กติกาการแจ้งความร้องทุกข์ศูนย์พิทักสิทธิ์ผู้บริโภค::

  1. หากร้องเรียนมาเป็นครั้งแรก ศูนย์ฯจะแนะนำช่องทางในการร้องเรียน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นปัญหานั้นๆก่อน เพื่อให้กลไกของรัฐที่รับผิดชอบได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน ศูนย์จะติดตามกับผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

  2. เรื่องที่ศูนย์จะรับดำเนินการเป็นหลักก็คือ ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับปัจจัย 4 เช่น อาหาร ยารักษาโรค บริการสุขภาพที่อยู่อาศัย หากทีการร้องเรียนปัญหาอื่นนอกเหนือจากนี้ ศูนย์จะดำเนินการในส่วนของปัญหาที่พิจรณาแล้วเห็นว่า เกิดผลกระทบกับผู้บริโภคโดยรวม

  3. ศูนย์ฯไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ในการดำเนินการ


สามารถส่งเรื่องราว โดยเขียนรายละเอียดของปัญหามาที่

ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค
211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ถ.งามวงศ์วาน
อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 0-2952-5060-1
E-mail: complaint@consumerthai.org

Clip จากรายการ Money Chanel

Clip จากรายการ Money Chanel

ช่วงที่ 1




ช่วงที่ 2



Sunday, December 03, 2006

Global Internet Summit (2006-12-03)

Global Internet Summit (2006-12-03)

และแล้วก็มาถึงวันที่ 2 วันนี้เขาเริ่มงานเร็วเลยไปสายหน่อย เลนไมไ่ด้ฟังช่วงแรกของเบรคที่แรก
แต่ก็พอสรุปได้ดังนี้

เบรคที่ 1 Kelvin Hua
  • แนะนำให้ทำ Content ที่เป็น VDO มากกว่าเป็นตัวอักษร
  • ถ้าจะหาเงินจากการโฆษณาจะต้องทำเวปแบบใดบ้าง
  • ทำอย่างไร Traffic จะเยอะ
  • ต้องทำ Web ให้ง่ายต่อการใช้
  • หลักของการทำ SEO
  • วิธีเริ่มต้นทำ Webiste จากศูนย์ ให้เป็นเวปที่ทำเงิน
คนนี้ค่อนข้างดี เนื้อหาเยอะ แต่ก็ยังไม่วายขายสินค้า
แต่ก็ไม่น่าเกลียดนัก ถือว่าผ่าน


เบรคที่ 2 Devid Cavanagh
เล่าว่าตัวเองเคยไม่รู้เรื่อง Internet แล้วก็ไปเรียนรู้จากโง่ ๆ จนเก่ง จนสามารถหารายได้ จนรวย
เขาบอกว่าถ้าคุณจะเก่งก็จำเป็นต้องมีโค้ช แต่เขาไม่เคยบอกว่าเขารวยขึ้นมาได้อย่างไร
เขาสอนวิธีสร้าง Blog แบบง่าย ๆ (จริง ๆ แล้วไม่ต้องสอน ใคร ๆ ก็ทำได้)
เขาเล่าต่อว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ประเทศไทย แต่งงานกับคนไทย และเปิดการอบรมที่พัทยา
เขายกตัวอย่างนักเรียนที่เขาโค้ชให้จนประสบความสำเร็จ

สรุปคือโปรโมทแต่ตัวเอง สอนน้อยมาก เสร็จแล้วพอคนเคลิ้ม ๆ ก็เอาสินค้าของตัวเองมาขาย
ให้ของแถมเพียบ ลดราคาให้อื้อซ่า รับจำนวนจำกัด

เอาอีกแล้วโว๊ย แ..่.ง ขาย อีกแล้ว


เบรคที่ 3 Fabian Lim
อธิบายเนื้อหาคล้าย ๆ เดิม แต่เจาะประเด็นใหม่บ้างเช่น บอกว่า
เราเป็นนักการตลาด เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเทคนิค เราต้องใช้สมองเพื่อหาพีิ้นที่ในอินเตอร์เน็ต หาพื้นที่ที่เราสามารถชนะคนอื่นได้
ก่อนที่จะขายสินค้า เราควรจะวิจัยตลาดก่อน
เขาเอาสินค้าของเขาเองมาเป็นตัวอย่างในการศึกษา หลังจากนั้นก็ยกตัวอย่างนักเรียนของเขาที่ประสบความสำเร็จ

แล้วก็ ขายของ เหมือนเดิม


เบรคที่ 4 Stephen Pierce
7 Steps ในการทำการตลาด
แต่กว่าจะเข้าเรื่องก็โม้ไปแล้ว 20 นาที หลังจากนั้นก็พูดเนื้อหา 30 นาที
พอเสร็จแล้วก็อธิบายถึงสินค้าของมัน ที่ช่วยทำให้เราทำ 7 Steps ได้โดยง่าย
แล้วก็เริ่มขายฝัน โดยบอกว่านักเรียน หรือลูกค้ามันทำรายได้เท่าไหร่
สรุป แ ..่. ง ก็ขาย ตูอีกแล้ว (แต่อันนี้ก็น่าสนใจ)


"สรุปโดยรวมแล้ว งานนี้ ไม่ใช่งานสัมนาครับ
แต่จงเรียกมันว่างาน Expo มากกว่า"

"Expo ที่ต้องเสียเงินมาฟังมันขายของ
เสียเงิน 25000 บาท เพื่อมาดูมันสาธิตสินค้า"


มันสอนวิธีการหาเงิน และก็หาเงินกันให้ดูเลย

เหมือนโดนหลอกยังไงก็ไม่รู้ (แต่ก็มีเยอะมากที่ซื้อสินค้า) อาจเป็นเพราะเขาเห็นรายได้ของคนอื่นมั้ง

คนที่ซื้อสินค้าของวิทยากร ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เป็นคนที่จริงจังกับธุรกิจนี้

แต่ทำไมผมไม่ซื้อเลยซักอย่างล่ะ เพราะผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ผมซื้อมาจะทำให้ผมสำเร็จได้จริงเหรอ
และอีกอย่าง ผมมาอบรมนะ ไม่ได้มางานแสดงสินค้า

มาหาความรู้แต่ต้องมาเสียเวลาฟังสินค้าของพวกมันตั้ง 50% ของเวลาทั้งหมด

ยังไงก็แล้วแต่ ผมไม่ยอมเสียเงินเพิ่มอีกแล้ว

ผมคิดว่า

"ถ้ายอมให้คนไทยหลอกไปแล้ว แต่จะไม่ยอมให้คนต่างชาติมากหลอกเด็ดขาด"

Saturday, December 02, 2006

Global Internet Summit (2006-12-02)

Global Internet Summit (2006-12-02)
From Global Intern...

วันนี้ไปอบรมการหาเงินโดยใช้ Internet กับบริษัท Result Plus International
ซึ่งเป็นบริษัทที่จัด Event ระดับโลก เป็นบริษัทที่จะเชิญนักพูดระดับ TOP ของโลกมาให้ความรู้กันถึงกรุงเทพฯ โดยที่ไม่ต้องบินไปเอง

การที่ผมซื้อการอบรมครั้งนี้ ผมหวังว่าจะได้ไอเดียที่สามารถนำมาใช้หาเงินเหมือนกับที่เขาโฆษณา

วันแรก 2 ธันวาคม 2549
มี 5 เบรค ดังนี้

เบรคที่ 1
พูดปูพื้นเกี่ยวกับการค้าขายบน Internet
แนะนำ Website ที่จำเป็น และอธิบายคำศัพท์ที่ใช้บ่อย
และยกตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ

เบรคที่ 2
สอนการใช้ MS FrontPage ในการสร้าง Web Site อย่างง่าย ๆ
และเสนอไอเดียในการนำ VDO Clip มาเป็นส่วนหนึ่งของ Web
สอนวิธีการทำปุ่ม Order เพื่อนำลูกค้าไปจ่ายเงิน

เบรคที่ 3
สอนการทำ Web Site ให้ขายของได้
ยกตัวอย่าง Bad Web และ Good Web
วิธีการเขียนโฆษณาให้ Web น่าสนใจ และนำไปสู่การปิดการขายได้

เบรคที่ 4
สอนเกี่ยวกับหลักการทำ Internet Bussiness
จะเอาสินค้าอะไรมาขาย
จะทำWeb Site ที่น่าสนใจได้อย่างไร
จะทำให้คนดูเข้ามาในเวปเยอะ ๆ ได้อย่างไร

เบรคที่ 5
การตอบคำถาม

โดยรวมแล้วก็โอเคถ้าค่าอบรมประมาณ 8000 - 10000 บาท แต่นี่มันตั้ง 25000 บาท (2 วัน) ตกชั่วโมงละ 1500 บาท แล้วมันทำให้รู้สึกเสียดายเงินไปบ้าง

และที่แย่มาก ๆ ก็คือหลังเบรคที่ 3-4 วิทยากรก็ตั้งหน้าตั้งตาขายสินค้าของตัวเอง แบบเนียน ๆ เหมือนกับที่เราได้เรียนใน Class เลย ถือว่าสุดยอดสำหรับเขา แต่เสียความรู้สึกสำหรับเราเหมือนโดนหลอกมาให้ฟังขายของทั้ง ๆ ที่เสียเงินตั้งแพง แล้วถ้าครบสองวันคงต้องเสียเงินเป็นแสน ๆ แน่เลย


แต่ก็ยังสรุปอะไรไม่ได้มาก แต่หลายคนก็เสียความรู้สึกกันไปแล้ว

วันแรกถือว่าหลักสูตรยังสอบไม่ผ่าน แต่ก็จ่ายเงินไปแล้วนี่นา รออบรมวันพรุ่งนี้ก่อนนะครับ ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกที

ไปดูโฆษณาขาย Course ที่นี่