Sunday, December 03, 2006

Global Internet Summit (2006-12-03)

Global Internet Summit (2006-12-03)

และแล้วก็มาถึงวันที่ 2 วันนี้เขาเริ่มงานเร็วเลยไปสายหน่อย เลนไมไ่ด้ฟังช่วงแรกของเบรคที่แรก
แต่ก็พอสรุปได้ดังนี้

เบรคที่ 1 Kelvin Hua
  • แนะนำให้ทำ Content ที่เป็น VDO มากกว่าเป็นตัวอักษร
  • ถ้าจะหาเงินจากการโฆษณาจะต้องทำเวปแบบใดบ้าง
  • ทำอย่างไร Traffic จะเยอะ
  • ต้องทำ Web ให้ง่ายต่อการใช้
  • หลักของการทำ SEO
  • วิธีเริ่มต้นทำ Webiste จากศูนย์ ให้เป็นเวปที่ทำเงิน
คนนี้ค่อนข้างดี เนื้อหาเยอะ แต่ก็ยังไม่วายขายสินค้า
แต่ก็ไม่น่าเกลียดนัก ถือว่าผ่าน


เบรคที่ 2 Devid Cavanagh
เล่าว่าตัวเองเคยไม่รู้เรื่อง Internet แล้วก็ไปเรียนรู้จากโง่ ๆ จนเก่ง จนสามารถหารายได้ จนรวย
เขาบอกว่าถ้าคุณจะเก่งก็จำเป็นต้องมีโค้ช แต่เขาไม่เคยบอกว่าเขารวยขึ้นมาได้อย่างไร
เขาสอนวิธีสร้าง Blog แบบง่าย ๆ (จริง ๆ แล้วไม่ต้องสอน ใคร ๆ ก็ทำได้)
เขาเล่าต่อว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ประเทศไทย แต่งงานกับคนไทย และเปิดการอบรมที่พัทยา
เขายกตัวอย่างนักเรียนที่เขาโค้ชให้จนประสบความสำเร็จ

สรุปคือโปรโมทแต่ตัวเอง สอนน้อยมาก เสร็จแล้วพอคนเคลิ้ม ๆ ก็เอาสินค้าของตัวเองมาขาย
ให้ของแถมเพียบ ลดราคาให้อื้อซ่า รับจำนวนจำกัด

เอาอีกแล้วโว๊ย แ..่.ง ขาย อีกแล้ว


เบรคที่ 3 Fabian Lim
อธิบายเนื้อหาคล้าย ๆ เดิม แต่เจาะประเด็นใหม่บ้างเช่น บอกว่า
เราเป็นนักการตลาด เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเทคนิค เราต้องใช้สมองเพื่อหาพีิ้นที่ในอินเตอร์เน็ต หาพื้นที่ที่เราสามารถชนะคนอื่นได้
ก่อนที่จะขายสินค้า เราควรจะวิจัยตลาดก่อน
เขาเอาสินค้าของเขาเองมาเป็นตัวอย่างในการศึกษา หลังจากนั้นก็ยกตัวอย่างนักเรียนของเขาที่ประสบความสำเร็จ

แล้วก็ ขายของ เหมือนเดิม


เบรคที่ 4 Stephen Pierce
7 Steps ในการทำการตลาด
แต่กว่าจะเข้าเรื่องก็โม้ไปแล้ว 20 นาที หลังจากนั้นก็พูดเนื้อหา 30 นาที
พอเสร็จแล้วก็อธิบายถึงสินค้าของมัน ที่ช่วยทำให้เราทำ 7 Steps ได้โดยง่าย
แล้วก็เริ่มขายฝัน โดยบอกว่านักเรียน หรือลูกค้ามันทำรายได้เท่าไหร่
สรุป แ ..่. ง ก็ขาย ตูอีกแล้ว (แต่อันนี้ก็น่าสนใจ)


"สรุปโดยรวมแล้ว งานนี้ ไม่ใช่งานสัมนาครับ
แต่จงเรียกมันว่างาน Expo มากกว่า"

"Expo ที่ต้องเสียเงินมาฟังมันขายของ
เสียเงิน 25000 บาท เพื่อมาดูมันสาธิตสินค้า"


มันสอนวิธีการหาเงิน และก็หาเงินกันให้ดูเลย

เหมือนโดนหลอกยังไงก็ไม่รู้ (แต่ก็มีเยอะมากที่ซื้อสินค้า) อาจเป็นเพราะเขาเห็นรายได้ของคนอื่นมั้ง

คนที่ซื้อสินค้าของวิทยากร ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เป็นคนที่จริงจังกับธุรกิจนี้

แต่ทำไมผมไม่ซื้อเลยซักอย่างล่ะ เพราะผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ผมซื้อมาจะทำให้ผมสำเร็จได้จริงเหรอ
และอีกอย่าง ผมมาอบรมนะ ไม่ได้มางานแสดงสินค้า

มาหาความรู้แต่ต้องมาเสียเวลาฟังสินค้าของพวกมันตั้ง 50% ของเวลาทั้งหมด

ยังไงก็แล้วแต่ ผมไม่ยอมเสียเงินเพิ่มอีกแล้ว

ผมคิดว่า

"ถ้ายอมให้คนไทยหลอกไปแล้ว แต่จะไม่ยอมให้คนต่างชาติมากหลอกเด็ดขาด"

1 comment:

Anonymous said...

เคยเห็นจากหัวข้อแล้ว กับเงินที่เสียไป คงเอาไว้หลอกแน่ ๆ พอดูจากป้ายชื่องานดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อถือแล้วครับ จริง ๆ มีหลาย ๆ บริษัทที่ชอบทำแบบนี้นะ บางทีก็บอกว่าเนื้อหาเป็นแบบนี้ ๆ ได้รับการรับรองจากหน่วยงานโน้นนี้ พอไปสัมมนา ก็ไม่ต่างอะไรกับทั่วไปเลย แพงกว่าอีก

นี้แหละครับ สังคมอุดมความหลอกลวง

ขอบคุณครับสำหรับคำเตือน